วันที่นำเข้าข้อมูล 2 ก.พ. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ก.พ. 2569

(ที่มาของภาพ https://www.lamoncloa.gob.es)
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่รายงาน Digital Decade Country Report 2025 ซึ่งประเมินผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตามเป้าหมายของ “ทศวรรษดิจิทัลแห่งยุโรป” (Digital Decade 2030) โดยมีเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างอธิปไตยทางดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการสาธารณะ การเพิ่มขีดความสามารถของแรงงาน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
รายงานระบุว่า สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าโดดเด่นที่สุดในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระดับทวีปยุโรป โดยรัฐบาลสเปนได้ดำเนินนโยบายอย่างเป็นระบบผ่านยุทธศาสตร์ “Digital Spain 2026” และ “Digital Rights Charter” ซึ่งครอบคลุมเรื่องการลงทุน การฝึกอบรม ทักษะ การเข้าถึงเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ AI ในทุกมิติของสังคม โดยมีโครงสร้างที่โดดเด่น ประกอบด้วย
ในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สเปนได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกครอบคลุมสูงที่สุดในภูมิภาคยุโรป โดยสามารถให้บริการครอบคลุมได้ถึงร้อยละ 95 ของครัวเรือนทั่วประเทศ และร้อยละ 86.3 ในพื้นที่ชนบท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่อยู่มีเพียงร้อยละ 58.8 อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ เครือข่าย 5G ของสเปนยังครอบคลุมประชากรร้อยละ 96 และมีการให้บริการในพื้นที่ชนบทถึงร้อยละ 80 เป็นผลจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการระดับชาติ เช่น UNICO 5G และ UNICO Banda Ancha ซึ่งได้รับงบประมาณรวมมากกว่า 2,500 ล้านยูโร ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง
ในระดับภาคเอกชน โครงการของ MasOrange และ Fundación Orange (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต) ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยสามารถขยายบริการไฟเบอร์ออปติกและเครือข่าย 5G ไปยังเทศบาลขนาดเล็กกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมชุมชนที่มีประชากรไม่ถึง 1,000 คน อีกทั้งยังดำเนินโครงการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลแก่ประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมแล้วกว่า 300,000 ชั่วโมง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย สตรีในพื้นที่ชนบท และเยาวชน พร้อมกับได้จัดทำความร่วมมือกับองค์กรระดับนานาชาติ เช่น UNICEF และ Save the Children เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในสภาพแวดล้อมดิจิทัล ความสำเร็จของโครงการเหล่านี้ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของสเปนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับทวีปเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดช่องว่างทางดิจิทัลในเชิงพื้นที่และสังคมอย่างเป็นระบบ
รัฐบาลสเปนได้พัฒนาระบบบริการสาธารณะดิจิทัลอย่างก้าวหน้า โดยมีโครงการสำคัญหลายรายการ อาทิ ระบบ Carpeta Ciudadana ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลเอกสารประชาชนออนไลน์ที่เชื่อมข้อมูลส่วนตัว การนัดหมาย และการแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐทั้งหมดในที่เดียว ระบบ MiDNI หรือบัตรประชาชนดิจิทัลในรูปแบบแอพลิเคชั่นบนมือถือ ที่แม้จะยังอยู่ในช่วงเปิดใช้งานเริ่มต้น แต่มีผู้ดาวน์โหลดแล้วกว่า 400,000 ครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนสเปน และแม้ในช่วงนี้ยังไม่สามารถใช้ยืนยันตัวตนออนไลน์หรือใช้ในการผ่านด่านตรวจขึ้นสายการบินได้ แต่ระบบได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย ข้อมูลไม่ถูกเก็บในเครื่องโทรศัพท์ และมีการเข้าถึงผ่านรหัส ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้าเท่านั้น นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้รองรับการยืนยันตัวตนหรือลงนามในเอกสารออนไลน์ในปี ค.ศ. 2026 ตามนโยบายที่ประกาศโดยหน่วยงานตำรวจของสเปน
สเปนสามารถทำคะแนนด้านการให้บริการสาธารณะดิจิทัลสูงถึง 88.75 คะแนน ตามตัวชี้วัดของสหภาพยุโรป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพที่ 82.20 คะแนน เป็นผลจากนโยบายรัฐอัจฉริยะ (smart government) ที่มุ่งเน้นให้บริการอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และลดขั้นตอนเอกสารรวมถึงการเดินทางมาใช้บริการของประชาชน นโยบายเหล่านี้สอดคล้องกับแผน Digitalisation of the Public Administrations 2021–2025 ของรัฐบาลสเปนและได้รับการสนับสนุนจากกองทุน Next Generation EU ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และยั่งยืน
จากการประเมินของคณะกรรมาธิการยุโรปพบว่าประชากรสเปนมีทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐานกว่าร้อยละ 66.2 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรสหภาพยุโรปที่ร้อยละ 55.6 ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่านโครงการ Red.es และความร่วมมือจากภาคเอกชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกช่วงวัย พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพในภาค AI ผ่านโครงการ SpAIn Talent Hub สร้างศูนย์กลางข้อมูลและบริการที่มุ่งเสริมทักษะเฉพาะด้านในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ สัดส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT specialists) ของสเปนยังอยู่ที่ร้อยละ 4.4–4.8 ซึ่งเท่ากับระดับค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ร้อยละ 4.8 เช่นกัน และมีอัตราการเติบโตรายปีสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึงร้อยละ 2.4 ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.7 ของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ร้อยละ 4.7
สเปนยังมีโครงการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลต่าง ๆ ได้แก่ โครงการ Educa en Digital โครงการ Barcelona Digital Talent โครงการ IT Academy และโครงการ La Academia Hacker ซึ่งได้ถูกนำมาดำเนินโครงการอย่างจริงจัง ผ่านการจัดอบรมทั้งในและนอกระบบการศึกษา โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการถูกละเลย เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีในชนบท เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและความยั่งยืนด้านทักษะด้านดิจิทัลในระยะยาว
รัฐบาลสเปนได้เปิดตัวโครงการ ALIA ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติในรูปแบบ Foundation Model โดยมุ่งเน้นการใช้งานที่สอดคล้องกับหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และความปลอดภัยของข้อมูล โดยออกแบบให้รองรับภาษาสเปน และภาษาราชการอื่นของสเปน ได้แก่ ภาษากาตาลัน ภาษากาลิเซีย และภาษาบาสก์ เพื่อให้บริการประชาชนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ
ในปัจจุบัน ALIA อยู่ระหว่างการนำไปทดลองใช้ใน 2 โครงการนำร่อง ได้แก่ 1) ระบบสนทนากับปัญญาประดิษฐ์ (chat bot) เพื่อสนับสนุนการทำงานภายในกรมสรรพากรสเปน และ 2) ระบบช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้นในการบริการสาธารณสุข นอกจากนี้ สเปนยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ การประมวลผลแบบเรียลไทม์ โดยมี Edge nodes มากถึง 301 จุด ซึ่งนับเป็นจำนวนสูงเป็นอันดับ 3 ของทวีปยุโรป
รัฐบาลสเปนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยได้ออกแบบนโยบายเพื่อบูรณาการด้านดิจิทัลให้เข้ากับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการ National Green Algorithms ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน Next Generation EU โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการคำนวนที่คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้งศูนย์เก็บข้อมูลเฉพาะด้าน เช่น ด้านน้ำ พลังงาน และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการดำเนินการของรัฐบาลโดยใช้ข้อมูลเชิงลึกและโปร่งใส ในด้านสิทธิพลเมืองดิจิทัล รัฐบาลได้จัดตั้ง Digital Rights Observatory โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และภาคประชาสังคม รวมกว่า 150 องค์กร และผู้เชี่ยวชาญกว่า 360 คน เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานในโลกดิจิทัลภายใต้กรอบ Digital Rights Charter ของสหภาพยุโรป หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทในการติดตามความโปร่งใสของอัลกอริธึม พฤติกรรมของแพลตฟอร์มดิจิทัล และสิทธิของพลเมืองในการควบคุมข้อมูลของตนเอง
สเปนยังได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ ในการจัดทำกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและจริยธรรมของ AI ตามกรอบ AI Act ของสหภาพยุโรป โดยสนับสนุนแนวทางการควบคุมตนเองควบคู่กับจรรยาบรรณสำหรับระบบ Foundation Models อนึ่ง ตามรายงานของสื่อ El País รัฐบาล ยังได้ผ่านกฎหมายในปี ค.ศ. 2025 กำหนดให้มีการติดป้าย/ข้อความแสดงข้อมูลเนื้อหาที่สร้างโดย AI และห้ามการใช้สื่อปลอมที่สร้างด้วย AI รวมถึงได้จัดตั้งระบบจัดอันดับบุคคลที่ละเมิดสิทธิบุคคลทางคอมพิวเตอร์ โดยผู้ละเมิดอาจถูกปรับสูงสุดถึง 35 ล้านยูโร หรือร้อยละ 7 ของรายได้บุคคล
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดสะท้อนความมุ่งมั่นของสเปนในการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดหลักสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ
ความท้าทายและข้อเสนอแนะจากรายงาน
แม้สเปนจะได้รับการประเมินว่าเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีความก้าวหน้าโดดเด่นที่สุดด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล แต่รายงาน Digital Decade Country Report 2025 ได้เสนอข้อสังเกตเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับความท้าทายที่สเปนจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในระยะต่อไป 3 ประเด็น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของ “ทศวรรษดิจิทัลแห่งยุโรป” อย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ประเด็นที่ 1 ความจำเป็นในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวสเปนยังมีอัตราการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศต่ำกว่ามาตรฐานยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ อุปสรรคที่สเปนมักพบได้บ่อย ได้แก่ ความซับซ้อนของระเบียบราชการ ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ถ่วงการปรับตัวของภาคเอกชน ทั้งนี้ สื่อ El País ได้วิเคราะห์ว่า ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs มีความต้องการที่จะได้รับมาตรการส่งเสริมที่มั่นคงและต่อเนื่องจากภาครัฐ ทั้งในรูปแบบเงินสนับสนุน การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค และการปรับปรุงโครงสร้างกำกับดูแลให้เอื้อต่อการนำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตและการให้บริการ
ประเด็นที่ 2 การพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของยุคดิจิทัล แม้ประชากรสเปนร้อยละ 66 จะมีทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน แต่รายงานระบุว่ายังไม่เพียงพอในบริบทที่ AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่จะกลายเป็นหัวใจหลักของการจ้างงานในทศวรรษหน้า ข้อมูลจากสื่อ Cinco Días ภายใต้กลุ่ม El País ยังเปิดเผยว่าว่าร้อยละ 60 ของบริษัทสเปนไม่สามารถสรรหาบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลตรงตามความต้องการได้ ส่งผลให้ตลาดแรงงานเผชิญกับภาวะความต้องการแรงงานไม่สอดคล้องกับทักษะ ( ครอบคลุม และสามารถเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษากับภาคการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นที่ 3 รายงานได้เสนอให้สเปนเร่งพัฒนาเครื่องมือวัดผลและระบบติดตามความก้าวหน้าด้านดิจิทัลในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถประเมินช่องว่างและออกแบบนโยบายเฉพาะพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในบริบทของรัฐแบบกระจายอำนาจเช่นสเปน ซึ่งแต่ละแคว้นมีระดับความพร้อมทางดิจิทัลที่แตกต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ สื่อ El País ยังชี้ให้เห็นว่า “ระบบราชการที่ซับซ้อน” กลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ถ่วงศักยภาพการเปลี่ยนผ่านของภาคเอกชนและหน่วยงานท้องถิ่น รัฐบาลจึงควรส่งเสริมการออกแบบระบบ “ventanilla única” หรือช่องทางการให้บริการแบบจุดเดียว (one-stop service) และสนับสนุนการพัฒนาชุดข้อมูล ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวง ทบวง กรม และแคว้นได้อย่างราบรื่น โปร่งใส และปลอดภัย
ติดตามสาระดี ๆ เกร็ดความรู้และโอกาสทางธุรกิจในสเปนได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสเปน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ได้ที่ https://bic-madrid.thaiembassy.org
เขียนโดย น.ส. พิชชา สุทธินุ่น
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวอ้างอิง
https://elpais.com/economia/negocios/2025-06-28/burocracia-la-asesina-silenciosa-de-la-economia.html
https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/library/state-digital-decade-2025-report