shutterstock_530884738

การลงทุนจากต่างประเทศในสเปน

ตามข้อมูลของ United Nations Conference on Trade and Development (UNCTAD) ระบุว่า ในปี ค.ศ.2019 สเปนเป็นประเทศที่ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) มากที่สุด เป็นอันดับที่ 11 ของโลก คิดเป็นมูลค่า 751,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี ค.ศ. 2020 สเปนได้รับ FDI มูลค่ารวม 5,500 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ค.ศ. 2019 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิต-19 เป็นหลัก อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในแง่ของจำนวนเงินลงทุนแล้ว ก็ยังคงเป็นสถิติ FDI ที่ถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันสำหรับสเปน โดยมีสวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ลงทุนรายหลัก ขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวจากอาเซียนที่มีการลงทุนในสเปนเมื่อปีที่ที่ผ่านมา (อันดับที่ 22) ทั้งนี้ เมื่อจำแนกประเภทของการลงทุน พบว่า กว่าร้อยละ 70 เป็นการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ

นอกจากนี้ ตามรายงาน “Sovereign Wealth Funds 2020 : Fighting the Pandemic, Embracing Change” ซึ่งจัดทำโดย Center for the Governance of Change มหาวิทยาลัย IE University ของสเปน ร่วมกับหน่วยงาน ICEX-Invest in Spain ยังระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 - กันยายน ค.ศ. 2020 มีกองทุนความมั่นคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund : SWF) ของต่างประเทศที่มีการลงทุนในสเปนอย่างน้อย 9 กองทุน ได้แก่ กองทุน Mubadala (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ /มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในสเปน) กองทุน Qatar Investment Authority กองทุน Temasek (สิงคโปร์) กองทุน ADIA (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) กองทุน GIC (สิงคโปร์) กองทุน PIF (ซาอุดีอาระเบีย) กองทุน Sopef (สเปน-โอมาน) กองทุน Mumtalakat (บาห์เรน) และกองทุน Kuwait Investment Authority ซึ่งมีการลงทุนในสเปนรวม 12 โครงการ มูลค่า 1.3 พันล้านยูโร (ใกล้เคียงกับการลงทุนของ SWF ในช่วงมกราคม ค.ศ. 2018 - กันยายน ค.ศ. 2019 ที่มีมูลค่า 1.5 พันล้านยูโร  จาก 6 กองทุน) โดยมีสาขาที่ SWF ให้ความสนใจ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ การผลิตสินค้าทุนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงานลมหมุนเวียน อาหาร การแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐาน  และทำให้สเปนติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศผู้รับการลงทุนจาก SWF ที่มีรายการลงทุนสัมฤทธิ์ผลสูงที่สุดในโลก[1] (successful operation) ซึ่งสถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญของตลาดสเปนในการต้อนรับเงินทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ท่ามกลางสภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนข้อจำกัดของการระดมเงินลงทุนภายในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปด้วย

อนึ่ง จนถึงปัจจุบัน มี SWF มากกว่า 15 กองทุนที่ลงทุนในสเปน ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 42,000 ล้านยูโร ทั้งในรูปแบบการลงทุนโดยตรงและในตลาดทุน

*********************

 

[1] ประเทศผู้รับ SWF 10 อันดับแรกที่มีรายการลงทุนสัมฤทธิ์ผลสูงที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 31 ของเงินลงทุนทั่วโลก) จีน (ร้อยละ 12) สหราชอาณาจักร (ร้อยละ 8.5) อินเดีย (ร้อยละ 6) สิงคโปร์ (ร้อยละ 4) ออสเตรเลีย (ร้อยละ 4) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ร้อยละ 4) เยอรมนี (ร้อยละ 3) สเปน (ร้อยละ 3) และรัสเซีย (ร้อยละ 3)